พันธุ์นกสำหรับการเลี้ยงกระทา
นกกระทาที่นิยมเลี้ยงกัน มีนกกระทาพันธุ์ญี่ปุ่น (Japanese Quail) หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Coturnix coturnix japonica ซึ่งมีด้วยกัน 3 สี คือ สีลายดำประขาว สีทอง และสีขาว แต่นกทุกชนิดสี จะให้ไข่ที่มีเปลือกไข่เหมือนกันคือ ลายประ
การเริ่มต้นเลี้ยงนกกระทา สามารถดำเนินการได้ 2 แบบดังนี้คือ
ซื้อลูกนกหรือนกใหญ่มาเลี้ยง
ซื้อไข่มีเชื้อมาฟักเอง
วิธีการเลี้ยงนกกระทาและดำเนินการ จะบรรลุผลตามที่ต้องการหรือไม่นั้น ผู้เลี้ยงจะต้องรู้จัก คัดเลือก
พ่อแม่พันธุ์ที่ดี ที่สามารถถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกหลานต่อไปได้ ซึ่งลักษณะที่ควรพิจารณา คือ ลักษณะการเจริญเติบโต การให้ผลผลิตไข่ เป็นต้น ในการเลี้ยงนกกระทาก็เหมือนกับการเลี้ยงสัตว์ปีกชนิดอื่น ๆ ที่จะต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
โรงเรือนและอุปกรณ์
อาหารนกกระทา
การจัดการเลี้ยงดู
โรคและการป้องกันโรค
การตลาด
โรงเรือนและอุปกรณ์สำหรับการเลี้ยงนกกระทา
โรงเรือน สำหรับการเลี้ยงนกกระทาจะสร้างแบบเดียวกับโรงเรือนเลี้ยงไก่ก็ได้ เช่น แบบเพิงหมาแหงน หรือหน้าจั่ว แต่ขอให้สะดวกต่อการปฏิบัติเลี้ยงดูและรักษาความสะอาด มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก นกกระทาอยู่อย่างสบาย ปลอดภัยจากศัตรูที่มารบกวน และเป็นโรงเรือนแบบง่ายที่ใช้เงินทุนไม่มากนัก ภายในโรงเรือนหากจะเลี้ยงแบบกรงซ้อนกัน หลาย ๆ ชั้น เพดานต้องสูงพอสมควร
พื้นโรงเรือนควรเป็นพื้นคอนกรีต เพราะสะดวกในการล้างทำความสะอาด หากเป็นพื้นดินจะต้องอัดให้แน่น สำหรับฝาโรงเรือนควรใช้ลวดตาข่ายหรือลวดถักขนาดเล็ก หรือไม้ขัดแตะก็ได้ ที่สามารถกันนก หนู และสัตว์อื่น ๆ ได้ และควรจะมีผ้าม่านใช้กั้นในเวลาที่ลมโกรก หรือกันฝนสาดเข้าไปในโรงเรือน
การระบายอากาศ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และผู้เลี้ยงควรจะเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง การระบายอากาศภายในโรงเรือนดี จะมีผลดีต่อสุขภาพการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของนกกระทา เพราะการราบายอากาศเป็นการนำอากาศเสียออกและดึงอากาศดีเข้าภายในโรงเรือน ซึ่งหากการระบายอากาศไม่ดี จะทำให้ภายในโรงเรือนอับชื้น กลิ่นแก๊สแอมโมเนียสะสม ซึ่งจะมีผลต่อเยื่อตาของผู้เลี้ยงและนกกระทา รวมไปถึงมีผลต่อการให้ผลผลิตไข่ด้วย การระบายอากาศที่ดีประมาณ 0.5 ลูกบาศก์ฟุต ต่อ นาที ต่อนกกระทา 100 ตัว ที่อุณหภูมิห้อง 20 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์ในการเลี้ยงนกกระทา
กรงกกสำหรับลูกนก ขนาดของกรงกกขึ้นกับจำนวนของลูกนกโดยทั่วไป่จะใช้ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.50 เมตร สูง 0.5 เมตร สำหรับกกลูกนกอายุ 1-20 วัน ได้ประมาณ 250-300 ตัว ด้านกว้างของกรงควรจะทึบ ส่วนด้านยาวโปร่ง แต่ถ้าอากาศหนาวควรจะปิดทึบทั้ง 4 ด้าน พื้นกรงใช้ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยมขนาด 1x1 ซม.หรือลวดตาข่ายพลาสติก ตาเล็ก ๆ กรงกกอาจจะวางซ้อนกันหลาย ๆ กรงก็ได้แต่ต้องทำประตูปิด-เปิดไว้ในทางเดียวกัน เพื่อสะดวกในการทำงานและควรมีภาชนะสำหรับรองรับขี้นกจากกรงบน ๆ ไม่ให้ตกใส่กรงด้านล่างเพื่อป้องกันโรคระบาดด้วย
ภายในกรงกกต้องใช้กระสอบหรือถุงอาหารสัตว์หรือผ้าหนา ๆ ปูพื้น เพื่อป้องกันขาลูกนกติดช่องตาข่าย และลูกนกได้รับความอบอุ่นเต็มที่ พอกกไปได้ 3-5 วัน อาจนำกระสอบที่ปูพื้นออกได้แต่ถ้าเลี้ยงบนพื้นอาจใช้วัสดุรองพื้น เช่น แกลบ ขี้เลื่อย หญ้าแห้งสับ เป็นต้น
ลูกนกซึ่งเพิ่งออกจากไข่ใหม่ ๆ ต้องการความอบอุ่นเช่นเดียวกับลูกเป็ดลูกไก่ จึงจำเป็นต้องให้ความอบอุ่น โดยใช้หลอดไฟฟ้าขนาด 60 วัตต์ แขวนสูงจากพื้นกรงประมาณ 20-
30 ซม. หลอดไฟฟ้า 1 หลอด สำหรับลูกนก 60-100 ตัว อุณหภูมิที่ใช้ในการกกในสัปดาห์แรก ประมาณ 95 องศาฟาเรนไฮต์ แล้วค่อย ๆ ลดลงสัปดาห์ละ 5 องศาฟาเรนไฮต์ จนเท่ากับอากาศธรรมดา ทั้งนี้ต้องคอยสังเกตการกระจายลูกนกภายใต้เครื่องกกด้วย จะใช้เวลาในการกกนาน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้จะช้าหรือเร็วขึ้นกับอุณหภูมิปกติ และสุขภาพของลูกนกด้วย หลังจากลูกนกอายุ 3 สัปดาห์ จะย้ายไปเลี้ยงในกรงนกรุ่น หรือ กรงขังเดี่ยวก็ได้
ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ที่ให้น้ำ อาหาร จะต้องจัดให้เพียงพอกับจำนวนลูกนกที่เลี้ยงอยู่ เพราะถ้าภาชนะให้น้ำ-อาหาร ไม่เพียงพอ ลูกนกจะเข้ามาแย่งกันกินน้ำ-อาหาร ทำให้เบียดและเหยียบกันตายได้ หรือลูกนกตัวที่เล็กหรืออ่อนแอก็จะเข้าไปกินอาหาร-น้ำไม่ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการสูญเสีย